คิบุเนะ (貴船 – Kibune )

เมื่อ ธรรมชาติ และ ความศักดิ์สิทธิ์ ผสมกลมกลืนกันอย่างลงตัวมักจะทำให้สถานที่เหล่านั้นมีเสน่ห์น่าสัมผัสที่ลุ่มลึกยิ่งขึ้น นั่นเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งที่เป็นมากกว่าแค่การเป็นเอกลักษณ์ของญี่ปุ่น

คิบุเนะ (貴船 – Kibune / หรือบางครั้งสะกดว่า Kifune) นั้นเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ริมลำธารคิบุเนะ (Kibune River) กลางหุบเขาที่โอบล้อมระหว่างภูเขาคุบุเนะ (Kibune-yama) และภูเขาคุรามะ (Kurama-yama) ทางตอนเหนือของเมืองเกียวโต สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้มีชื่อเสียงเรื่องบรรยากาศที่สวยงาม โดยเฉพาะฤดูใบไม้เปลี่ยนสีที่ป่าบริเวณนี้จะงดงามไปด้วยใบไม้แดงจนเป็นที่เลื่องลือ

สิ่งศักดิ์สิทธิ์ท่ามกลางธรรมชาติและขุนเขาอันสมบูรณ์ของที่นี่นั้นก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งศรัทธาของชาวเกียวโตมานานแสนนาน ศาลเจ้าคิบุเนะ (貴船神社 – Kibune Shrine) นั้นเป็นที่สถิตย์แห่งเทพเจ้าแห่งน้ำและฝน มีประวัติยาวนานมากกว่า 1,600 ปี เก่าแก่กว่าอายุของเมืองเกียวโตเสียด้วยซ้ำ ในยุคก่อนนั้นราชวงศ์ญี่ปุ่นจะส่งผู้แทนมาสวดขอพร ณ ศาลเจ้าแห่งนี้ให้ฝนตกต้องตามฤดูกาลอีกด้วย ภายในบริเวณนี้จะประกอบไปด้วยศาลเจ้าย่อย 3 แห่ง ศาลเจ้าที่เราจะเห็นเป็นอันดับแรกนั้นก็คือศาลเจ้าหลักในปัจจุบันที่มีเชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักกันดี ประตูโทริอิ (Torii) สีส้มที่ตามมาด้วยบันไดอิฐแสนคลาสสิกซึ่งมีโคมไฟแบบญี่ปุ่นสีส้มเรียงรายตลอดเส้นทางสู่ศาลเจ้านั้นเป็นฉากสวยๆ ที่คุ้นเคยกันดี ด้านบนยังมีตัวศาลเจ้าและเรือนไม้อันงดงามเก่าแก่ให้เราได้นั่งพักผ่อนหย่อนใจชมวิวสวยๆ ในมุมสูงอีกด้วย … แต่สำหรับศาลเจ้าคิบุเนะอันเก่าแก่ที่สุดและเป็นศาลเจ้าดั้งเดิมนั้นก็คือโอคุโนะมิยะ (Okunomiya) ซึ่งตั้งอยู่ด้านในสุดปลายถนน เมื่อเดินผ่านร้านรวงต่างๆ ที่เลียบริมลำธารอันสดชื่นงดงามไปจนสุดนั้นเราก็จะเจอกับความศักดิ์สิทธิ์ท่ามกลางความสงบแห่งผืนป่า ศาลเจ้าแห่งนี้เป็นอาคารไม้ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางป่าใหญ่โอบล้อม นอกจากศาลเจ้าแล้วก็ยังมีหินก้อนใหญ่ที่รู้จักกันในฐานนะของ “หินเรือ (Boat Stone)” นั่นเอง ซึ่งตามความเชื่อนั้นว่ากันว่า ณ จุดนี้ก็คือจุดที่เรือของเทพเจ้านั้นถูกฝังไว้นั่นเอง

คิบุเนะ (貴船 – Kibune หรือ Kifune) นั้นแปลได้ว่า “เรือสีเหลือง” ซึ่งตามตำนานเล่าว่าเทพเจ้าแห่งน้ำและฝนผู้ปกป้องทะเลแถบนี้ได้ล่องเรือสีเหลืองจากมหาสมุทรขึ้นมาทางโอซาก้าและมาสู่ต้นทางแห่งสายน้ำยังขุนเขาทางเหนือของเกียวโต เรือนั้นได้มาหยุดยัง ณ จุดต้นน้ำแห่งนี้ และเป็นที่สิงสถิตย์ของเทพเจ้าจากนั้นเป็นต้นมา ซึ่งนี่ก็คือที่มาของชื่อศาลเจ้าและหมู่บ้านนี้นั่นเอง

นอกจากการแวะสักการะศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์แล้ว การเด่นเล่นชมหมู่บ้านริมลำธารท่ามกลางขุนเขานี้ยังถือเป็นหนึ่งกิจกรรมยอดนิยมสำหรับผู้มาเยือน แต่เอกลักษณ์ของคิบุเนะที่โด่งดังเป็นที่รู้จักกันดีนั้นก็คือการทานอาหารในแบบ โนเรียวยูกะ (納涼床 – Noryoyuka) หรือ คาวะยูกะ (川床 – kawayuka) อันเป็นเอกลักษณ์หนึ่งของเกียวโตที่นิยมมาตั้งแต่สมัยเอโดะ ซึ่งเป็นการทานอาหารกลางแจ้งในฤดูร้อนท่ามกลางธรรมชาติ การเสิร์ฟอาหารในตำหรับนี้ที่คิบุเนะนั้นจะมีราวช่วงเดือนพฤษภาคม –กันยายน ของทุกปี โดยแต่ละร้านจะมีการนำเอาฐานไม้วางพาดเหนือน้ำตกให้น้ำไหลผ่านด้านล่าง เป็นการทานอาหารท่ามกลางธรรมชาติที่ได้รับความชุ่มชื่นและเย็นสบายไปพร้อมกับชมวิวอันงดงาม สำหรับตำรับที่นิยมเสิร์ฟในร้านประเภทนี้นั้นก็มักจะเป็น “ไคเซกิ (懐石- Kaiseki)” ตำรับอาหารชุดตามธรรมเนียมดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่จะเสิร์ฟเป็นคอร์สมีให้ทานหลายอย่าง ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นอันสดใหม่ ให้รสชาติดีเยี่ยม … แต่สำหรับเมนูที่ขึ้นชื่อและมีชื่อเสียงที่สุดของคิบุเนะที่ห้ามพลาดนั้นก็คือ “นากะชิ โซเม็ง (流し素麺 – Nagashi Somen)” หรือโซเม็งรางไม้ไผ่ที่รู้จักกันดีนั่นเอง โดยในช่วงฤดูร้อนนั้นจะมีการนำรางไม้ไผ่จากต้นไผ่จริงๆ แล้วปล่อยน้ำเย็นเจี๊ยบ (โดยมากอาจเป็นน้ำบริสุทธิ์จากแหล่งธรรมชาติ) พร้อมกับเส้นโซเม็งอันบอบบางนุ่มนวลให้เราใช้ตะเกียบคีบมาจุ่มซอสกินอย่างอร่อยเคล้าความสนุกสนาน เป็นเอกลักษณ์ประจำหน้าร้อนที่ห้ามพลาดเลยทีเดียว

หากอยากสัมผัสเสน่ห์ชวนหลงใหลท่ามกลางขุนเขาคิบุเนะนั้น ลองหาเวลาแวะมาเยือนสักครั้ง แล้วธรรมชาติและความศักดิ์สิทธิ์ของที่นี่จะเติมพลังให้กับตัวคุณได้อย่างเต็มเปี่ยมก่อนที่จะออกไปสู่โลกภายนอกด้วยความสดชื่น